• หญ้าทิโมธี (Timothy Hay) คืออาหารหลักที่สำคัญที่สุดสำหรับ กระต่ายโตเต็มวัย (อายุ 7 เดือนขึ้นไป) โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 80% ของอาหารทั้งหมด การได้รับหญ้าทิโมธีที่มี ไฟเบอร์สูง และมีระดับ แคลเซียมต่ำ อย่างต่อเนื่องเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาสุขภาพฟัน (Dental Health) และระบบย่อยอาหาร (Gastrointestinal Motility) [1, 2]

    สำหรับผู้เลี้ยงในประเทศไทย การเลือกซื้อหญ้าคุณภาพดีจากร้านค้าออนไลน์บนแพลตฟอร์มหลักอย่าง Shopee และ Lazadaเป็นทางเลือกที่สะดวกที่สุด บทความนี้ได้รวบรวม 10 ยี่ห้อหญ้าทิโมธีที่ได้รับความนิยมสูง มีการรีวิวดี และวางจำหน่ายอย่างแพร่หลายบนช่องทางอีคอมเมิร์ซ [3, 4]

    10 แบรนด์หญ้าทิโมธีที่ครองใจผู้เลี้ยงบน Shopee & Lazada

    เราได้จัดกลุ่มยี่ห้อดังออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ แบรนด์นำเข้าคุณภาพสูง และแบรนด์ยอดนิยมในประเทศที่เน้นความคุ้มค่าและความสดใหม่

    กลุ่มที่ 1: แบรนด์นำเข้าระดับพรีเมียม (Premium Imported Brands)

    แบรนด์เหล่านี้มีการควบคุมคุณภาพจากแหล่งเพาะปลูกในต่างประเทศ (เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา) ทำให้มั่นใจในความสม่ำเสมอของผลิตภัณฑ์

    1. หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Oxbow Western Timothy Hay

    หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Oxbow Western Timothy Hay แบรนด์ที่ สัตวแพทย์ทั่วโลกแนะนำเป็นอันดับ 1 [1, 5] มีการควบคุมคุณภาพสูง กลิ่นหอมกระตุ้นความอยากอาหาร เหมาะสำหรับ กระต่ายโตทุกตัว, เน้นความสม่ำเสมอและคุณภาพมาตรฐาน

    2. หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Kaytee Timothy Hay

    หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Kaytee Timothy Hay เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ใหญ่ที่มีจำหน่ายอย่างแพร่หลาย มีตัวเลือกหญ้าผสมและหญ้าอัดก้อนหลากหลาย เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่ต้องการหญ้าคุณภาพเชื่อถือได้ ในราคาที่เข้าถึงง่าย

    3. หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Randolph Timothy Hay

    หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Randolph Timothy Hay มักเน้น คัท 1 (First Cut) ที่มีก้านใหญ่ ดอกเยอะ ให้ไฟเบอร์สูงสุด และช่วยลับฟันได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับกระต่ายที่ชอบเคี้ยวก้านแข็ง ๆ และต้องการการลับฟันมากเป็นพิเศษ

    4. หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Marukan Timothy Hay

    หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Marukan Timothy Hay แบรนด์จากญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมสูง เน้นหญ้าที่มีความสะอาด ใบสวย และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เหมาะสำหรับกระต่ายที่ค่อนข้างเลือกกินและชอบหญ้าที่มีคุณภาพของใบที่ดี

    5. หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Alfalfa King

    หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Alfalfa King เป็นที่รู้จักทั้งหญ้าทิโมธีและหญ้าตระกูลอื่น ๆ เน้นความคุ้มค่าและปริมาณ โดยเฉพาะหญ้าแบบผสม (Timothy/Oat/Barley) เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่ต้องการหญ้าหลายชนิดเพื่อสลับหรือผสม

    กลุ่มที่ 2: แบรนด์ยอดนิยมในประเทศ (Local Popular Brands)

    แบรนด์เหล่านี้มักเป็นผู้บรรจุหีบห่อ (Repack) หญ้าคุณภาพสูงจากต่างประเทศในรูปแบบที่ตอบโจทย์ตลาดไทยได้ดีกว่า ทั้งเรื่องราคาและปริมาณ

    6. หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Wildloft Freshly Premium Timothy

    หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Wildloft Freshly Premium Timothy มีการกล่าวถึงในกลุ่มผู้เลี้ยงว่ามีหญ้าที่มี ความเขียวและกลิ่นหอมสดใหม่ สูงมาก มีตัวเลือก ร่อนฝุ่น. เหมาะสำหรับกระต่ายที่กินยาก, หรือผู้เลี้ยงที่ใส่ใจเรื่องความสดใหม่และกลิ่นหอม

    7. หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ SmartHeart Gold Timothy Pellet

    หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ SmartHeart Gold Timothy Pellet แม้จะเป็นหญ้าอัดเม็ด แต่มีส่วนผสมหลักคือหญ้าทิโมธี เหมาะสำหรับเสริมไฟเบอร์ เหมาะสำหรับใช้เป็น อาหารเสริม หรือสลับให้กินกับหญ้าเส้น สำหรับกระต่ายที่ปฏิเสธหญ้าเส้นอย่างรุนแรง

    8. หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Pet Premium / Pet Cutie

    หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Pet Premium / Pet Cutie มักมีจำหน่ายในรูปแบบแบ่งขาย (1kg, 500g) ในราคาคุ้มค่า มีตัวเลือก คัท 2 ที่นุ่มและมีใบเยอะ เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่ต้องการหญ้าราคาประหยัดและมีการร่อนฝุ่น

    9. หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Kin Kin Premium Hay

    หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Kin Kin Premium Hay มีการระบุแหล่งที่มาว่านำเข้าจากอเมริกา และเน้นคุณภาพของหญ้าที่เขียวและก้านไม่แข็งจนเกินไป เหมาะสำหรับกระต่ายทั่วไปที่ต้องการหญ้าคุณภาพดีในระดับราคาที่เหมาะสม

    10. หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Vertex Timothy Hay

    หญ้าทิโมธี ยี่ห้อ Vertex Timothy Hay ขนาด 500 กรัม ในถุงซิปล็อค ราคา 139 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหญ้ากระต่ายแบบพกพาเดินทาง

    เคล็ดลับการเลือกซื้อหญ้าทิโมธีบนออนไลน์

    การซื้อหญ้าบน Shopee และ Lazada จำเป็นต้องพิจารณาความเสี่ยงด้านความสดใหม่และฝุ่นที่เกิดขึ้นระหว่างการขนส่ง [3]

    1. ดูรีวิวและคะแนนร้านค้า (Rating): ควรเลือกร้านค้าที่มีคะแนนสูง (4.8 ขึ้นไป) และมีรีวิวจำนวนมาก เพื่อยืนยันว่าสินค้ามีการหมุนเวียน (ไม่ค้างสต็อก) และมีความสดใหม่จริง
    2. ตรวจสอบ “Cut” ของหญ้า:
      • หากกระต่ายของคุณกินหญ้าเก่งอยู่แล้ว ควรเลือก “คัท 1” (ก้านเยอะ) เพื่อการลับฟันสูงสุด
      • หากกระต่ายของคุณเลือกกินหรือเป็นมือใหม่ ควรเลือก “คัท 2” (ใบเยอะ, นุ่ม) เพื่อกระตุ้นให้กินหญ้าได้มากขึ้น
    3. เลือกหญ้า “ร่อนฝุ่น” (Dust-Extracted): เพื่อลดปัญหาการแพ้ฝุ่นในกระต่ายและเจ้าของ รวมถึงลดความเสี่ยงต่อปัญหาทางเดินหายใจ
    4. สั่งขนาดเล็กเพื่อทดลอง: หากจะเปลี่ยนยี่ห้อหรือลองคัทใหม่ ควรเริ่มต้นด้วยถุงขนาดเล็ก (400g−500g) ก่อน เพื่อดูว่ากระต่ายชอบหรือไม่ ก่อนจะสั่งซื้อขนาดใหญ่เพื่อความคุ้มค่า

    การให้หญ้าทิโมธีที่หลากหลาย (สลับยี่ห้อหรือคัทเป็นประจำ) จะช่วยให้กระต่ายได้รับสารอาหารและแรงเคี้ยวที่เหมาะสมที่สุดตลอดชีวิต

    บรรณานุกรม:

    1. Oxbow Animal Health. (What is the Best Type of Hay for Rabbits?). [Online]. Retrieved from oxbowanimalhealth.com. (แหล่งข้อมูลด้านโภชนาการที่สัตวแพทย์แนะนำ).
    2. Veterinary Partner. (Rabbit Feeding and Nutrition). [Online]. Retrieved from veterinarypartner.com. (แหล่งข้อมูลทางสัตวแพทย์).
    3. mybest. (10 อันดับ หญ้ากระต่าย ยี่ห้อไหนดี ปี 2025). [Online]. Retrieved from th.my-best.com. (รีวิวสินค้าออนไลน์ยอดนิยม).
    4. Shopkub.com. (10 อันดับ หญ้าทิโมธี ยี่ห้อไหนดี). [Online]. Retrieved from shopkub.com. (รีวิวสินค้าออนไลน์ยอดนิยม).
    5. Vets Love Pets. (Rabbit Hay Varieties – Essential for Rabbit Health [Vet Approved]). [Online]. Retrieved from https://www.google.com/search?q=vetslovepets.com.au.
  • ผักบุ้งเป็นผักที่หาได้ง่าย ราคาถูก และเป็นที่นิยมอย่างมากในอาหารของคนไทย เมื่อพูดถึงอาหารกระต่าย เจ้าของหลายคนมักจะนึกถึงผักบุ้งเป็นลำดับต้น ๆ เพราะเชื่อว่ามันปลอดภัยและมีประโยชน์ แต่ความจริงที่ผู้เชี่ยวชาญด้านกระต่ายแนะนำคือ: กระต่ายไม่ควรกินผักบุ้ง หรือหากจะให้ ก็ควรให้ในปริมาณที่น้อยมาก ๆ เท่านั้น

    บทความนี้จะเจาะลึกถึงเหตุผลทางโภชนาการและสุขภาพว่าทำไมผักบุ้งถึงไม่เหมาะที่จะเป็นอาหารหลัก หรือแม้แต่เป็นอาหารเสริมประจำวันสำหรับเพื่อนขนปุยของคุณ

    ทำไมผักบุ้งถึงไม่เหมาะกับกระต่าย?

    ระบบย่อยอาหารของกระต่ายมีความละเอียดอ่อนและถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับเส้นใยอาหารจำนวนมากในหญ้า การกินผักที่มีส่วนประกอบไม่เหมาะสมอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรงได้

    1. สารออกซาเลต (Oxalates) ในปริมาณสูง

    ผักบุ้งเป็นหนึ่งในผักที่มีปริมาณ กรดออกซาลิก (Oxalic Acid) หรือเกลือออกซาเลตสูงมาก ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในผักบางชนิด

    • ผลกระทบ: การบริโภคออกซาเลตในปริมาณสูงเป็นประจำอาจไปจับตัวกับแคลเซียมในร่างกายของกระต่าย ส่งผลให้กระต่ายมีการสะสมของตะกอน (Sludge) หรือนิ่วในทางเดินปัสสาวะ (Urinary Stones) ซึ่งเป็นโรคที่อันตรายและทรมานสำหรับกระต่าย
    • กระต่ายขับแคลเซียมพิเศษ: กระต่ายมีกลไกพิเศษในการขับแคลเซียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ดังนั้น การให้แคลเซียมและออกซาเลตที่มากเกินไปจากผักบุ้ง จึงเป็นการเพิ่มภาระให้กับไตและระบบทางเดินปัสสาวะโดยไม่จำเป็น

    2. น้ำตาลและแป้งในระดับที่สูงกว่าที่ควร

    แม้จะดูเหมือนผักใบเขียวทั่วไป แต่ผักบุ้งมีปริมาณคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลที่ย่อยง่ายสูงกว่าผักใบเขียวชนิดอื่น ๆ ที่เหมาะสมกับกระต่าย (เช่น ผักกาดคอส)

    • ผลกระทบ: น้ำตาลและแป้งที่มากเกินไปจะไปถึงลำไส้ใหญ่และเป็นอาหารให้กับแบคทีเรียที่ไม่ดี ทำให้เกิดการผลิตก๊าซมากเกินไป ก่อให้เกิดภาวะท้องอืด (Bloat) หรือภาวะลำไส้หยุดทำงาน (GI Stasis) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงชีวิต

    3. ขาดความสมดุลทางโภชนาการ

    ผักบุ้งขาดเส้นใยอาหารชนิดยาว (Long Strand Fiber) ซึ่งเป็นเส้นใยที่จำเป็นในการขับเคลื่อนอาหารในลำไส้และช่วยในการลับฟัน การให้ผักบุ้งเป็นหลักจะทำให้กระต่ายได้รับเส้นใยที่จำเป็นจากหญ้าน้อยลง และเสียสมดุลทางโภชนาการที่ควรได้รับ

    🥕 ทางเลือกที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพกว่าผักบุ้ง!

    เพื่อสุขภาพที่ดีของระบบทางเดินอาหารและทางเดินปัสสาวะของกระต่าย ควรเลือกผักใบเขียวที่มีออกซาเลตต่ำและไฟเบอร์สูงแทนการให้ผักบุ้ง

    ผักทางเลือกที่ปลอดภัย (ให้อย่างสม่ำเสมอ)ผักทางเลือกที่มีออกซาเลตปานกลาง (ให้สลับกัน)
    ผักกาดคอส (Romaine Lettuce)ผักคะน้า (Kale)
    ผักชี (Cilantro/Coriander)ใบแครอท (Carrot Tops)
    โหระพา (Basil)ผักชีฝรั่ง (Parsley)

    ไม่ว่ากระต่ายจะชอบหรือไม่ก็ตาม ผักบุ้งถือเป็นรายการอาหารที่อยู่ในกลุ่ม “ควรหลีกเลี่ยง” หรือ “ให้เป็นขนมรางวัลในปริมาณที่น้อยมาก” การเน้น หญ้าแห้ง (Hay) เป็นอาหารหลัก และให้ผักใบเขียวที่ปลอดภัยและมีออกซาเลตต่ำเป็นอาหารเสริม จะช่วยให้กระต่ายของคุณมีระบบย่อยอาหารที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์และลดความเสี่ยงของโรคนิ่วในปัสสาวะ

    Read More :

  • บทความก่อนหน้านี้ได้เขียนเกี่ยวกับเครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์สำหรับผู้สนใจผลิตอาหารกระต่าย แต่ถ้าหากใครอยากผลิตพ่อจำหน่าย จดสูตรอย่างจริงจัง! จะต้องมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง บทความนี้ พาคุณไปความเข้าใจเรื่อง “การจดทะเบียนอาหารสัตว์” เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เพราะกฎหมายภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 กำหนดให้สินค้ากลุ่มนี้ต้องได้รับการตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง ในบทความนี้ เราจะพาไปเจาะลึกว่าขั้นตอนการจดทะเบียนมีอะไรบ้าง และต้องเตรียมงบประมาณเท่าไหร่

    ใครบ้างที่ต้องจดทะเบียนอาหารสัตว์?

    หากธุรกิจของคุณเกี่ยวข้องกับสินค้าดังต่อไปนี้ คุณจำเป็นต้องดำเนินการขออนุญาตกับกรมปศุสัตว์:

    • ผู้ผลิต: โรงงานผลิตอาหารสัตว์เพื่อจำหน่าย
    • ผู้นำเข้า: บริษัทที่สั่งซื้ออาหารสัตว์จากต่างประเทศเข้ามาขายในไทย
    • ผู้ขาย: ร้านค้าปลีก-ส่ง (ต้องมีใบอนุญาตขายอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ)

    ขั้นตอนการจดทะเบียนอาหารสัตว์

    กระบวนการขอจดทะเบียนแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ การขอใบอนุญาตสถานที่ และ การขึ้นทะเบียนสูตรอาหาร ดังนี้ครับ:

    ขั้นตอนที่ 1: การขอใบอนุญาตด้านสถานที่ (ผลิต/นำเข้า/ขาย)

    1. จัดเตรียมเอกสาร: สำเนาบัตรประชาชน/ทะเบียนบ้าน (กรณีบุคคลธรรมดา) หรือหนังสือรับรองบริษัท (กรณีนิติบุคคล) พร้อมแผนที่และรูปถ่ายสถานที่
    2. ยื่นคำขอ: ยื่นต่อกองควบคุมอาหารและยาสัตว์ กรมปศุสัตว์ หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด
    3. การตรวจหน้างาน: เจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจประเมินสถานที่ผลิตหรือโกดังเก็บสินค้าว่าได้มาตรฐานตามที่กำหนดหรือไม่

    การขอขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ (สูตรอาหาร)

    เมื่อได้ใบอนุญาตสถานที่แล้ว ต้องนำสินค้าแต่ละชนิดมาขึ้นทะเบียน:

    1. ส่งตัวอย่างวิเคราะห์: นำสินค้าไปตรวจวิเคราะห์ค่าโภชนาการ (เช่น โปรตีน, ไขมัน, กาก, ความชื้น) จากห้องแล็บที่ได้รับรอง
    2. ยื่นคำขอขึ้นทะเบียน: ยื่นผลวิเคราะห์พร้อมตัวอย่างฉลากสินค้า
    3. รออนุมัติ: เจ้าหน้าที่จะพิจารณาความถูกต้องของส่วนผสมและคำกล่าวอ้างบนฉลาก

    ค่าธรรมเนียมในการจดทะเบียน (ราคาโดยประมาณ)

    ค่าใช้จ่ายจะแบ่งเป็นค่าธรรมเนียมตามกฎหมาย และค่าบริการทางเทคนิค ซึ่งมีรายละเอียดคร่าวๆ ดังนี้:

    รายการใบอนุญาตค่าธรรมเนียม (บาท/ฉบับ)อายุใบอนุญาต
    ใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์2,000 – 10,0001 ปี (ต่ออายุทุกปี)
    ใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์2,000 – 10,0001 ปี (ต่ออายุทุกปี)
    ใบอนุญาตขายอาหารสัตว์100 – 5001 ปี (ต่ออายุทุกปี)
    การขึ้นทะเบียนสูตรอาหาร (ต่อรุ่น)1,000 – 5,000ตามที่กฎหมายกำหนด

    นอกจากค่าธรรมเนียมราชการแล้ว ยังมี “ค่าตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ” ซึ่งขึ้นอยู่กับประเภทของอาหารสัตว์ โดยทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 – 8,000 บาท ต่อ 1 รายการสินค้า (SKU)

    เอกสารสำคัญที่ต้องใช้

    เพื่อให้การจดทะเบียนรวดเร็วขึ้น ควรเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้พร้อม:

    • แบบคำขอ (สพ.1 สำหรับการผลิต/นำเข้า)
    • สูตรส่วนประกอบของอาหารสัตว์ (Ingredient List) เป็นเปอร์เซ็นต์
    • ขั้นตอนกระบวนการผลิต (Flow Chart)
    • ตัวอย่างฉลากไทยที่ระบุรายละเอียดครบถ้วน (ชื่อสินค้า, เลขทะเบียน, สรรพคุณ, วิธีใช้)

    การจดทะเบียนอาหารสัตว์อาจดูมีหลายขั้นตอน แต่ถ้าเตรียมเอกสารครบถ้วนและสินค้ามีคุณภาพตามมาตรฐานกรมปศุสัตว์ ก็จะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าได้อย่างราบรื่นและมีความน่าเชื่อถือในสายตาผู้บริโภคครับ

    Read More :

  • ความสำเร็จในการเพาะพันธุ์กระต่าย (Rabbit Breeding) ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อปรับปรุงสายพันธุ์, จัดการสุขภาพ, และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การติดตาม วารสารวิชาการกระต่าย (Academic Rabbit Journals) จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ บรีดเดอร์ (Breeder) และผู้ประกอบการฟาร์ม นี่คือ 5 เว็บไซต์วารสารวิชาการระดับโลกที่นำเสนอข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับชีววิทยาและการเลี้ยงกระต่าย ที่คุณควรบันทึกไว้เพื่ออ้างอิง

    1. World Rabbit Science (WRS)

    World Rabbit Science (WRS)
    World Rabbit Science (WRS)

    World Rabbit Science คือวารสารที่ถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักและเป็นที่ยอมรับมากที่สุดในวงการสัตวศาสตร์กระต่าย ถูกจัดพิมพ์โดยสมาคมวิทยาศาสตร์กระต่ายโลก (WRSA)

    เนื้อหาที่น่าสนใจสำหรับบรีดเดอร์:

    วารสารนี้เน้นการวิจัยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการผลิตกระต่ายเชิงพาณิชย์ได้อย่างชัดเจน ครอบคลุมตั้งแต่งานวิจัยพื้นฐานไปจนถึงงานวิจัยประยุกต์:

    • พันธุศาสตร์และการปรับปรุงพันธุ์ (Genetics and Breeding): บทความเกี่ยวกับการคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต, คุณภาพเนื้อ, หรือความต้านทานโรคในรุ่นลูก
    • โภชนาการและอาหาร (Nutrition and Feeding): สูตรอาหารและการจัดการอาหารที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย เช่น อาหารสำหรับแม่กระต่ายให้นม หรือกระต่ายขุน
    • การจัดการระบบสืบพันธุ์: เทคนิคการจัดการการผสมพันธุ์เพื่อเพิ่มอัตราการตั้งท้องและจำนวนลูกครอก

    2. Journal of Animal Science (JAS)

    Journal of Animal Science (JAS)
    Journal of Animal Science (JAS)

    Journal of Animal Science เป็นวารสารด้านสัตวศาสตร์ขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยวกับสัตว์เศรษฐกิจหลายชนิด รวมถึงกระต่ายด้วย โดยเน้นที่การผลิตและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีชีวภาพ

    เนื้อหาที่น่าสนใจสำหรับบรีดเดอร์:

    แม้จะเป็นวารสารที่ครอบคลุมสัตว์หลากหลายชนิด แต่งานวิจัยกระต่ายในวารสารนี้มักเกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจและการปรับปรุงคุณภาพ:

    • ประสิทธิภาพการผลิต (Production Efficiency): การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนการเลี้ยงและผลตอบแทน เช่น ประสิทธิภาพการเปลี่ยนอาหารเป็นเนื้อ
    • คุณภาพผลิตภัณฑ์ (Product Quality): งานวิจัยเกี่ยวกับการเพิ่มคุณภาพเนื้อและขนกระต่ายให้ได้มาตรฐานตามตลาดโลก
    • เทคโนโลยีการสืบพันธุ์: บทความที่เกี่ยวข้องกับการใช้เทคโนโลยีช่วยในการผสมพันธุ์ (Assisted Reproductive Technologies) เพื่อเร่งการพัฒนาสายพันธุ์

    3. Comparative Medicine

    วารสารนี้เน้นที่การเลี้ยง, สุขภาพ, และสวัสดิภาพของสัตว์ที่ใช้ในการวิจัย ซึ่งรวมถึงกระต่ายด้วย ถึงแม้จะเป็นข้อมูลในห้องปฏิบัติการ แต่พื้นฐานชีววิทยาและแนวทางการดูแลเชิงลึกนั้นมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับบรีดเดอร์ที่ต้องการมาตรฐานการเลี้ยงระดับสูง

    เนื้อหาที่น่าสนใจสำหรับบรีดเดอร์:

    บรีดเดอร์สามารถนำความรู้จากวารสารนี้ไปใช้ในการจัดสภาพแวดล้อมและการดูแลสุขภาพแบบป้องกัน:

    • สรีรวิทยาและกายวิภาคศาสตร์ (Physiology and Anatomy): ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลไกการทำงานของร่างกายกระต่าย ซึ่งช่วยให้เข้าใจอาการป่วยได้ดียิ่งขึ้น
    • สุขภาพและการจัดการโรค (Health and Disease Management): การจัดการที่อยู่อาศัยเพื่อลดความเสี่ยงของโรค และข้อมูลการระบาดของโรคที่สำคัญ
    • สวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare): มาตรฐานการเลี้ยงและกรงที่เหมาะสมตามหลักสวัสดิภาพสัตว์

    4. Journal of Exotic Pet Medicine

    Journal of Exotic Pet Medicine
    Journal of Exotic Pet Medicine

    สำหรับบรีดเดอร์กระต่ายสวยงามหรือกระต่ายเลี้ยง (Pet Rabbits) วารสารนี้เป็นแหล่งข้อมูลทางการแพทย์ที่เน้นการวินิจฉัยและการรักษาทางคลินิกสำหรับสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ

    เนื้อหาที่น่าสนใจสำหรับบรีดเดอร์:

    วารสารนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาและป้องกันโรคในกลุ่มกระต่ายเลี้ยงที่มีความละเอียดอ่อน:

    • การวินิจฉัยโรคทางคลินิก: กรณีศึกษาและการตรวจวินิจฉัยโรคที่พบบ่อยในกระต่าย เช่น ปัญหาทางทันตกรรม (Dental Issues), ภาวะอาหารไม่ย่อย (GI Stasis) และโรคทางเดินหายใจ
    • การใช้ยาและวัคซีน: ข้อมูลอัปเดตเกี่ยวกับความปลอดภัยและประสิทธิผลของยาและวัคซีนที่ใช้ในกระต่าย
    • การผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด: เทคนิคการรักษาที่สัตวแพทย์มักใช้สำหรับกระต่าย

    5. Journal of Applied Animal Welfare Science (JAAWS)

    Journal of Applied Animal Welfare Science (JAAWS)
    Journal of Applied Animal Welfare Science (JAAWS)

    ในปัจจุบัน การให้ความสำคัญกับ สวัสดิภาพกระต่าย เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับบรีดเดอร์สมัยใหม่ JAAWS มุ่งเน้นการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสวัสดิภาพของสัตว์อย่างเจาะจง

    เนื้อหาที่น่าสนใจสำหรับบรีดเดอร์:

    วารสารนี้ช่วยให้บรีดเดอร์สามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตของกระต่ายในฟาร์ม ซึ่งส่งผลดีต่อสุขภาพและการสืบพันธุ์โดยตรง:

    • พฤติกรรมกระต่าย (Rabbit Behavior): การศึกษาพฤติกรรมทางสังคมและพฤติกรรมการแสดงออกของความเครียด
    • การออกแบบที่อยู่อาศัย: งานวิจัยที่ทดสอบผลกระทบของการออกแบบกรง, ขนาดพื้นที่, และสิ่งแวดล้อมต่อความสุขและความสบายของกระต่าย
    • การจัดการความเครียด: วิธีการลดความเครียดจากการจัดการ (Handling) หรือการขนส่ง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่อาจทำให้กระต่ายป่วยได้ง่าย

    เคล็ดลับสำหรับบรีดเดอร์: วารสารเหล่านี้มักตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษและมีศัพท์เทคนิคเฉพาะทาง การใช้เครื่องมือแปลภาษาและพยายามทำความเข้าใจบทคัดย่อ (Abstract) ของแต่ละบทความจะช่วยให้คุณสามารถเข้าถึงความรู้อันทรงคุณค่าเพื่อยกระดับการเลี้ยงกระต่ายของคุณได้อย่างมืออาชีพ

    Read More :

  • สายรักกระต่าย หนูแกสบี้ และแฮมสเตอร์เตรียมตัวให้พร้อม! กลับมาอีกครั้งกับงาน INTERNATIONAL RABBIT SHOW & EXPO 2026 งานแสดงและประกวดสัตว์เลี้ยงมาตรฐานสากลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต้นปีนี้ พบกันวันที่ 23-25 มกราคม 2026 ณ เซ็นทรัล รามอินทรา ชั้น 4

    ไม่ว่าคุณจะเป็นเจ้าของฟาร์ม มือใหม่หัดเลี้ยง หรือคนที่กำลังมองหาสัตว์เลี้ยงตัวแรก บทความนี้จะพาไปส่องไฮไลท์ที่คุณไม่ควรพลาดในงานนี้ครับ

    งานประกวดกระต่าย 2026 : INTERNATIONAL RABBIT SHOW & EXPO 2026

    ไฮไลท์ INTERNATIONAL RABBIT SHOW & EXPO ปีนี้?

    ความพิเศษของปีนี้คือการยกระดับมาตรฐานการตัดสินสู่ระดับสากล โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจาก ARBA (American Rabbit Breeder Association):

    • Mr. Scott Rodriguze
    • Mr. Doug King

    นอกจากนี้ ยังเป็นจุดรวมตัวของ บูทฟาร์มกระต่ายระดับท็อปของเมืองไทย ที่ขนทัพเด็กๆ สุขภาพดี สายพันธุ์แท้ มาให้เลือกชมและปรึกษาการเลี้ยงอย่างใกล้ชิด

    ตารางกิจกรรมแบบเจาะลึก 3 วันเต็ม

    เพื่อให้คุณไม่พลาดรายการสำคัญ เราสรุปตารางกิจกรรมมาให้แล้ว ดังนี้ครับ:

    วันศุกร์ที่ 23 มกราคม: วันแห่งความรู้และการช้อปปิ้ง

    • Rabbit & Cavy Seminar: กิจกรรมสัมมนาแบ่งปันความรู้เรื่องการเลี้ยงกระต่ายและแกสบี้จากผู้เชี่ยวชาญ
    • Pet Expo: เลือกซื้อสินค้า อุปกรณ์ และอาหารสัตว์เลี้ยงราคาพิเศษจากบูทร้านค้ามากมาย

    วันเสาร์ที่ 24 มกราคม: วันแห่งการประกวดกระต่ายและหนูจิ๋ว

    • 11.00 น.: ARBA Sanctioned Rabbit Show (All Breed) โดย Judge Doug King
    • 11.00 น.: RBA Syrian Hamster Show (ประกวดหนูแฮมสเตอร์พันธุ์ไจแอนท์)
    • 13.00 น.: RBA Fancy Color Show โดย Judge Scott Rodriguze
    • 15.00 น.: RBA Dumbo Rat Show (ประกวดหนูดัมโบ้แรท)

    วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม: วันตัดสินแชมป์และมือใหม่หัดประกวด

    • 11.00 น.: ARBA Sanctioned Rabbit Show (All Breed) โดย Judge Scott Rodriguze
    • 11.00 น.: RBA Open Cavy Show (ประกวดหนูแกสบี้) โดย Judge Doug King
    • 15.00 น.: Rabbit Rookie Show รายการพิเศษสำหรับผู้เลี้ยงหน้าใหม่ที่อยากลองพาน้องๆ ลงสนาม
    • 15.00 น.: กิจกรรมแข่งขันเกมสนุกๆ สำหรับกระต่ายและเควี่

    ข้อมูลการเดินทางและเวลาเปิด-ปิด

    • วันที่: 23-25 มกราคม 2026
    • เวลา: 10.00 – 20.30 น.
    • สถานที่: Central Ramindra (เซ็นทรัล รามอินทรา) ชั้น 4
    • ที่จอดรถ: สะดวกสบายภายในห้างสรรพสินค้า

    คำแนะนำ: สำหรับใครที่อยากพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเที่ยว อย่าลืมเตรียมรถเข็นหรือกระเป๋าที่ระบายอากาศได้ดี เพื่อความสะดวกและปลอดภัยของเด็กๆ นะครับ

  • อาหารกระต่าย สมาร์ทฮาร์ท (SmartHeart) เป็นหนึ่งในแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี และมีจำหน่ายอย่างแพร่หลายในร้านค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ด้วยราคาที่เข้าถึงง่ายและหาซื้อสะดวก ทำให้เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้เลี้ยงกระต่ายมือใหม่และผู้ที่ต้องการความประหยัด

    บทความนี้จะสรุปสูตรอาหารหลักของ อาหารกระต่าย สมาร์ทฮาร์ท พร้อมวิเคราะห์ราคาตลาดโดยประมาณ (ณ เดือนพฤศจิกายน 2568) เพื่อให้คุณสามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าและเลือกซื้อได้เหมาะสมกับความต้องการของกระต่ายที่สุด

    อาหารกระต่าย สมาร์ทฮาร์ท มีกี่สูตร?

    SmartHeart ได้ออกแบบสูตรอาหารกระต่ายตามช่วงวัยและลักษณะเฉพาะ เพื่อให้ผู้เลี้ยงสามารถเลือกสูตรที่เหมาะสมกับกระต่ายของตนเองได้

    1. SmartHeart Rabbit Food Junior (สูตรสำหรับลูกกระต่าย)

    SmartHeart Rabbit Food Junior (สูตรสำหรับลูกกระต่าย)
    SmartHeart Rabbit Food Junior (สูตรสำหรับลูกกระต่าย)
    • ช่วงวัยที่เหมาะสม: ลูกกระต่ายตั้งแต่หย่านมจนถึงอายุประมาณ 6-8 เดือน
    • จุดเด่น: สูตรนี้มีส่วนผสมหลักเป็น หญ้าอัลฟัลฟา (Alfalfa Hay) ซึ่งมีโปรตีนและแคลเซียมสูงกว่าสูตรกระต่ายโต ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของกระดูกและกล้ามเนื้อในช่วงวัยสำคัญ
    • สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA

    2. SmartHeart Rabbit Food Adult (สูตรสำหรับกระต่ายโต)

    SmartHeart Rabbit Food Adult (สูตรสำหรับกระต่ายโต)
    SmartHeart Rabbit Food Adult (สูตรสำหรับกระต่ายโต)
    • ช่วงวัยที่เหมาะสม: กระต่ายโตเต็มวัย (6-8 เดือนขึ้นไป)
    • จุดเด่น: เป็นสูตรสำหรับบำรุงในระยะยาว มีส่วนผสมที่ปรับให้สมดุลสำหรับกระต่ายโต มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการรักษาสุขภาพทั่วไป
    • สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA

    3. SmartHeart Rabbit Food Alfalfa & Timothy (สูตรพรีเมียม อัลฟัลฟาและทิโมธี)

    SmartHeart Rabbit Food Alfalfa & Timothy (สูตรพรีเมียม อัลฟัลฟาและทิโมธี)
    SmartHeart Rabbit Food Alfalfa & Timothy (สูตรพรีเมียม อัลฟัลฟาและทิโมธี)
    • ช่วงวัยที่เหมาะสม: กระต่ายโตที่ต้องการการดูแลสุขภาพที่ดีขึ้น หรือกระต่ายที่ต้องการความน่ากิน
    • จุดเด่น: สูตรนี้มักจะมีส่วนผสมของหญ้าทิโมธีผสมอยู่ด้วย เพื่อเพิ่มใยอาหารที่จำเป็นสำหรับกระต่ายโต และมักเป็นตัวเลือกที่ผู้เลี้ยงพิจารณาเมื่อต้องการขยับคุณภาพขึ้นจากสูตร Adult พื้นฐาน
    • สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | ขนาดเล็กครึ่งโล 130 บาท LAZADA ขนาดเล็ก 20โล 1,720 บาท LAZADA

    ราคาอาหารกระต่าย สมาร์ทฮาร์ท (โดยประมาณต่อขนาดบรรจุภัณฑ์)

    อาหารกระต่าย SmartHeart มีราคาที่เข้าถึงง่ายและหาซื้อได้ทั่วไป โดยทั่วไปจะไม่มีการแบ่งขายในขนาด 5 กิโลกรัม และ 10 กิโลกรัมโดยตรงจากผู้ผลิต แต่มักมีจำหน่ายในขนาดถุง 1 กิโลกรัม และขนาดกระสอบใหญ่ (มักเป็น 20 กิโลกรัม)

    อ้างอิงราคาตลาดจากร้านค้าปลีกออนไลน์สำหรับสูตร SmartHeart Rabbit Food Adult (ราคา ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 อาจมีการเปลี่ยนแปลง)

    นาดบรรจุภัณฑ์ (โดยประมาณ)ราคาโดยประมาณ (บาท)ราคาต่อกิโลกรัม (บาท)1 กิโลกรัม45 – 65 บาท45 – 65 บาท/Kg5 กิโลกรัมไม่มีจำหน่ายขนาด 5 Kg โดยตรง-10 กิโลกรัมไม่มีจำหน่ายขนาด 10 Kg โดยตรง-กระสอบ (20 กิโลกรัม)690 – 790 บาท34.5 – 39.5 บาท/Kg

    อาหารกระต่าย สมาร์ทฮาร์ท เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงที่ต้องการความประหยัด และความสะดวกในการซื้อ แต่ควรคำนึงถึงส่วนผสมหลัก เพราะโดยทั่วไปอาหารกระต่ายเกรดประหยัดมักมีปริมาณใยอาหาร (Fiber) ไม่สูงเท่าอาหารเกรดพรีเมียม

    เคล็ดลับความคุ้มค่า: การซื้ออาหารเม็ดขนาดกระสอบ 20 กิโลกรัม จะทำให้คุณได้ราคาต่อกิโลกรัมที่ถูกที่สุด แต่ควรเก็บรักษาให้ดีเพื่อป้องกันความชื้นและมอด

    Read More :

  • การให้อาหารกระต่ายอย่างถูกต้องคือรากฐานสำคัญที่สุดในการดูแลสุขภาพของเพื่อนขนปุยให้มีอายุยืนยาวและมีความสุข เพราะระบบย่อยอาหารของกระต่ายมีความละเอียดอ่อนและถูกออกแบบมาให้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยพึ่งพา เส้นใยอาหาร (Fiber) เป็นหลัก หากให้อาหารผิดประเภทหรือไม่สมดุล อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น ภาวะลำไส้หยุดทำงาน (GI Stasis) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

    คำถามที่เจ้าของกระต่ายทุกคนต้องรู้คือ “กระต่ายควรกินอาหารอย่างไร” บทความนี้จะเปิดเผยสูตรทองคำแห่งโภชนาการกระต่ายที่แนะนำโดยสัตวแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงพิเศษ ซึ่งเรียกว่า “สูตร 80:15:5”

    80%: หญ้าแห้ง (Hay) คือชีวิตและอาหารหลักตลอด 24 ชั่วโมง

    หญ้าแห้งคืออาหารที่สำคัญที่สุดและต้องมีให้กระต่ายกินได้ตลอดเวลา หญ้าควรเป็นส่วนประกอบหลักประมาณ 80-90% ของอาหารทั้งหมดที่กระต่ายกินในแต่ละวัน

    ทำไมหญ้าถึงสำคัญที่สุด?

    1. ไฟเบอร์เพื่อลำไส้: เส้นใยอาหารชนิดยาวในหญ้ามีความจำเป็นในการกระตุ้นการทำงานของลำไส้ (Gut Motility) และรักษาสมดุลของแบคทีเรียที่ดีในระบบย่อยอาหาร
    2. ลับฟันตามธรรมชาติ: ฟันกระต่ายงอกตลอดเวลา การเคี้ยวหญ้าช่วยขัดฟันให้สึกหรออยู่ในระดับที่เหมาะสม ป้องกันปัญหาสุขภาพฟันที่ร้ายแรง
    3. หญ้าชนิดไหนดีที่สุด?:
      • หญ้าทิโมธี (Timothy Hay): ตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับกระต่ายโต (7 เดือนขึ้นไป) เพราะมีสัดส่วนแคลเซียมและโปรตีนที่สมดุล
      • หญ้าโอ๊ต/หญ้าสวน (Oat/Orchard Hay): ใช้สลับกันเพื่อเพิ่มความน่ากิน
      • หญ้าอัลฟัลฟา (Alfalfa Hay): ควรให้เฉพาะลูกกระต่ายที่กำลังเติบโตเท่านั้น เนื่องจากมีแคลเซียมและโปรตีนสูงมาก

    5%: ผักใบเขียว (Fresh Greens) เสริมวิตามินและน้ำ

    ผักใบเขียวคือแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และน้ำที่สำคัญ ควรให้ผักในปริมาณประมาณ 10-15% ของอาหารทั้งหมด

    หลักการให้ผักที่ถูกต้อง:

    • ปริมาณ: ประมาณ 1-2 ถ้วยตวงต่อวัน สำหรับกระต่ายขนาดกลาง (6 ปอนด์)
    • ให้หลากหลาย: ควรให้ผักสลับสับเปลี่ยนกัน 3-5 ชนิดต่อวัน เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน และลดการสะสมของสารใดสารหนึ่งที่อาจมากเกินไป (เช่น ออกซาเลตจากผักบุ้ง)
    • ผักที่ปลอดภัยและแนะนำ: ผักกาดคอส (Romaine Lettuce), ผักชี, โหระพา, ใบแครอท, คะน้า (ให้สลับกัน)
    • ผักที่ควรหลีกเลี่ยง: ผักบุ้ง (มีออกซาเลตสูง), หัวหอม, กระเทียม, ผักกาดแก้ว (คุณค่าทางอาหารต่ำ)

    5%: อาหารเม็ด (Pellets) และขนม (Treats)

    อาหารกระต่าย CUNI มีกี่สูตร? 

    อาหารเม็ดและขนมควรเป็นเพียงส่วนเสริมเล็กน้อย ไม่ควรเกิน 5% ของอาหารทั้งหมด เพราะมีพลังงานและแคลอรี่สูง ซึ่งอาจทำให้กระต่ายอิ่มจนไม่ยอมกินหญ้า

    1. อาหารเม็ด (Pellets)

    • เลือกสูตร: ควรเลือกสูตรที่ทำจาก หญ้าทิโมธี และมีปริมาณไฟเบอร์สูง (ไม่ต่ำกว่า 18%)
    • ปริมาณ: ให้ในปริมาณที่จำกัดมาก ๆ โดยประมาณ 1/4 ถึง 1/2 ถ้วยตวงต่อวัน (สำหรับกระต่าย 6 ปอนด์)

    2. ขนมและผลไม้ (Treats)

    • ให้ได้เมื่อไหร่?: ผลไม้ควรให้เป็นรางวัล ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของอาหารประจำวัน
    • ปริมาณ: ไม่ควรเกิน 1-2 ช้อนชาต่อวัน เช่น กล้วย แอปเปิล (เอาเมล็ดออก) หรือสตรอว์เบอร์รี
    • ห้ามเด็ดขาด: ขนมที่มีน้ำตาลสูง ธัญพืช โยเกิร์ตดรอป หรือขนมปัง ซึ่งอาจทำลายสมดุลในลำไส้

    อย่าลืมน้ำสะอาด!

    กระต่ายต้องได้รับน้ำสะอาดอยู่เสมอ ควรเปลี่ยนน้ำทุกวัน และสามารถใช้ได้ทั้งขวดน้ำแบบลูกกลิ้งหรือชามน้ำ (ชามน้ำจะดีกว่าในแง่ของการให้ปริมาณน้ำที่มากขึ้น)

    โภชนาการที่สมบูรณ์แบบของกระต่าย

    กระต่ายควรกินอาหารโดยยึดหลัก หญ้าเป็นหลัก (80%) และ ผักใบเขียวเป็นรอง (15%) ส่วน อาหารเม็ดและขนมเป็นเพียงส่วนเสริม (5%) การทำตามสูตร 80:15:5 นี้ จะช่วยรักษาสุขภาพทางเดินอาหารให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์ และทำให้กระต่ายของคุณแข็งแรง ห่างไกลจากโรคร้ายต่าง ๆ

    อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

  • อาหารกระต่าย BH (BunnyNature) คือแบรนด์อาหารกระต่ายระดับพรีเมียมนำเข้าจากประเทศเยอรมนี ที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของกระต่ายทั่วโลก ด้วยปรัชญาการผลิตที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% ไม่มีสารปรุงแต่ง สารกันเสีย หรือธัญพืชที่ไม่จำเป็น ทำให้เป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่ต้องการคุณภาพอาหารที่ดีที่สุดเพื่อสุขภาพระยะยาวของกระต่าย

    บทความนี้จะสรุปสูตรอาหารหลักที่สำคัญของ อาหารกระต่าย BH และวิเคราะห์ราคาตลาดโดยประมาณ (ณ เดือนพฤศจิกายน 2568) เพื่อให้คุณสามารถประเมินความคุ้มค่าของการลงทุนในอาหารพรีเมียมนี้

    อาหารกระต่าย BH มีกี่สูตร? (เน้นไลน์ Dream Basic)

    BunnyNature มีหลากหลายผลิตภัณฑ์ แต่ไลน์หลักที่ใช้เป็นอาหารประจำวัน (Complete Feed) คือชุด Bunny Dream Basicซึ่งแบ่งสูตรตามช่วงวัยและความต้องการเฉพาะ:

    1. BunnyNature Dream Basic Junior (สูตรสำหรับลูกกระต่าย)

    อาหารกระต่าย BH มีกี่สูตร : BunnyNature Dream Basic Junior
    อาหารกระต่าย BH มีกี่สูตร : BunnyNature Dream Basic Junior
    • ช่วงวัยที่เหมาะสม: ลูกกระต่ายตั้งแต่ 6 สัปดาห์จนถึงอายุ 6 เดือน
    • จุดเด่น: สูตรนี้มีส่วนผสมหลักเป็น หญ้าอัลฟัลฟา (Alfalfa) เพื่อให้โปรตีนและแคลเซียมสูงเพียงพอต่อการเจริญเติบโตของกระดูกและกล้ามเนื้อ มีเม็ดขนาดเล็กที่ง่ายต่อการเคี้ยว

    2. BunnyNature Dream Basic Adult (สูตรสำหรับกระต่ายโต)

    อาหารกระต่าย BH มีกี่สูตร : BunnyNature Dream Basic Adult
    อาหารกระต่าย BH มีกี่สูตร : BunnyNature Dream Basic Adult
    • ช่วงวัยที่เหมาะสม: กระต่ายโตเต็มวัย (6 เดือนขึ้นไป) ที่มีน้ำหนักปกติ
    • จุดเด่น: สูตรหลักที่ขายดีที่สุด มีส่วนผสมจาก หญ้าทิโมธี (Timothy Hay) และหญ้าชนิดอื่น ๆ กว่า 42 ชนิด เน้นไฟเบอร์สูง และมีปริมาณแคลเซียมที่สมดุลกับความต้องการของกระต่ายโต

    3. BunnyNature Dream Basic Light (สูตรควบคุมน้ำหนัก/สูงอายุ)

    อาหารกระต่าย BH มีกี่สูตร : BunnyNature Dream Basic Light
    อาหารกระต่าย BH มีกี่สูตร : BunnyNature Dream Basic Light
    • ช่วงวัยที่เหมาะสม: กระต่ายที่มีภาวะน้ำหนักเกิน, กระต่ายที่มีกิจกรรมน้อย, หรือกระต่ายสูงอายุ
    • จุดเด่น: มีปริมาณพลังงานต่ำกว่าสูตร Adult แต่ยังคงอุดมไปด้วยไฟเบอร์สูง ช่วยให้กระต่ายรู้สึกอิ่มและควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    4. BunnyNature Dream Basic Oral (สูตรดูแลสุขภาพช่องปาก)

    อาหารกระต่าย BH มีกี่สูตร : BunnyNature Dream Basic Oral
    อาหารกระต่าย BH มีกี่สูตร : BunnyNature Dream Basic Oral
    • ช่วงวัยที่เหมาะสม: กระต่ายโตที่ต้องการการดูแลสุขภาพฟันเป็นพิเศษ
    • จุดเด่น: สูตรนี้มีเส้นใยที่แข็งกว่าสูตรปกติเล็กน้อย เพื่อช่วยกระตุ้นการเคี้ยวที่ยาวนานขึ้น ซึ่งช่วยในการลับฟันที่งอกตลอดเวลาของกระต่าย

    นื่องจาก อาหารกระต่าย BH เป็นสินค้านำเข้าระดับพรีเมียม ราคาต่อกิโลกรัมจึงสูงกว่าแบรนด์ทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด และมักจะไม่มีการจำหน่ายขนาด 10 กิโลกรัมอย่างเป็นทางการในประเทศไทย (ขนาดใหญ่สุดคือ 4 กิโลกรัม)

    อ้างอิงราคาตลาดจากร้านค้าปลีกออนไลน์สำหรับสูตร BunnyNature Dream Basic Adult (ราคา ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 อาจมีการเปลี่ยนแปลง)

    ขนาดบรรจุภัณฑ์ (โดยประมาณ)ราคาโดยประมาณ (บาท)ราคาต่อกิโลกรัม (บาท)
    1 กิโลกรัม359 – 410 บาท359 – 410 บาท/Kg
    5 กิโลกรัมไม่มีจำหน่ายขนาด 5 Kg โดยตรง (มักเป็น 4 Kg)
    4 กิโลกรัม (ขนาดใหญ่สุด)1,090 – 1,290 บาท272 – 322 บาท/Kg
    10 กิโลกรัมไม่มีจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

    าหารกระต่าย BH เป็นการลงทุนในสุขภาพระยะยาวของกระต่าย ด้วยส่วนผสมที่บริสุทธิ์และเหมาะสมตามธรรมชาติ แม้ว่าราคาต่อกิโลกรัมจะสูง แต่การซื้อขนาดบรรจุภัณฑ์ใหญ่ที่สุด (4 กิโลกรัม) จะช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยลงได้มาก

    สิ่งที่เจ้าของกระต่ายควรจำ:

    อาหารหลักคือหญ้า: ไม่ว่าคุณจะเลือกอาหารเม็ดพรีเมียมเพียงใด อาหารเม็ดก็ยังคงเป็นเพียงอาหารเสริม ควรให้ในปริมาณจำกัด และมี หญ้าแห้งทิโมธี (Timothy Hay) คุณภาพสูงให้กระต่ายกินได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    คุณภาพคือราคา: ราคาที่สูงของ BH มาพร้อมกับคุณภาพที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และการลดความเสี่ยงจากสารปรุงแต่งต่าง ๆ

    Read More :

  • หากคุณเลี้ยงกระต่ายมากกว่า 10 ตัว และอยากจะปรุงอาหารเม็ดเพื่อใช้กับฟาร์มของตัวเอง ด้วยวัตถุประสงค์อย่างแรกคือป้องกันการฟุ้งกระจาย และสองลดปัญหาทิ้งก้านที่กระต่ายเขี่ยทิ้ง การเลือกซื้อ “เครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์” อาจจะตอบโจทย์ ผู้เลี้ยงกระต่ายที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญขึ้นมาระดับหนึ่ง บทความนี้จะแนะนำเครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์ขนาดเล็กสำหรับใช้ในบ้าน หรือฟาร์มขนาดเล็ก

    เครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์ สำหรับกระต่าย

    เครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ เครื่องอัดเม็ดแบบหมุนด้วยมือ และเครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์ไฟฟ้า ซึ่งเพื่อนๆ สามารถเลือกได้ตามจำนวนอาหารที่ต้องผลิตต่อสัปดาห์

    • เครื่องอัดเม็ดแบบหมุนด้วยมือ : หน้าตาคล้ายเครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบหมุนมือ ใช้ขาตั้งยึดหนีบไว้กับโต๊ะ และเทวัตถุดิบทำอาหารสัตว์ไว้ด้านบน จากนั้นก็หมุนให้ฟันเฟืองอัดเม็ดอาหารสัตว์ลงมาด้านใบพัด ตามขนาดขอรู เช่น 3 มิลลิเมตร ที่เหมาะกับลูกกระต่าย และกระต่ายทั่วไป ราคาเริ่มต้น 700 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE | LAZADA
    • เครื่องอัดเม็ดแบบมอเตอร์ไฟฟ้า : มาพร้อมกับจานหมุน มอเตอร์ และแม่พิมพ์ที่สามารถเลือกเปลี่ยนได้ตั้งแต่ขนาด 1 – 5 มิลลิเมตร แล้วแต่รุ่น ซึ่งบางรุ่นสามารถตัดแยกขนาดของเม็ดอาหารที่หลุดมาตรฐานออกได้ ให้คุณได้อาหารเม็ดกระต่ายขนาดเท่าๆ กันทุกเม็ด เหมาะสำหรับฟาร์มที่เลี้ยงกระต่าย 20 ตัวขึ้นไป หรือฟาร์มที่ต้องการผลิตอาหารสัตว์เพื่อจำหน่าย ราคาเริ่มต้น 2,000 บาท คลิกสั่งซื้อได้ที่นี่ SHOPEE | LAZADA
    ข้อดีของการใช้เครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์ขนาดเล็ก
    ข้อดีของการใช้เครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์ขนาดเล็ก
    ราคาเริ่มต้น 2,000 บาท สั่งซื้อได้ที่ SHOPEE | LAZADA

    วัตถุดิบที่นำมาผลิตอาหารกระต่ายอัดเม็ดคืออะไรบ้าง?

    การผลิตอาหารกระต่ายอัดเม็ดที่ดีนั้นต้องเน้นที่ ใยอาหาร (Fiber) ในระดับสูง เพื่อให้ระบบย่อยอาหารของกระต่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับลำไส้ วัตถุดิบหลักที่นำมาใช้ในการผลิตอาหารกระต่ายอัดเม็ดจะแบ่งออกเป็นกลุ่มหลัก ๆ ดังนี้

    1. วัตถุดิบหลัก: แหล่งใยอาหาร (Fiber Source)

    ใยอาหารถือเป็นส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดในอาหารกระต่าย ควรมีสัดส่วนสูงถึง 18% ขึ้นไป ในสูตรอาหารเม็ด

    • หญ้าแห้ง (Hay): เป็นแหล่งใยอาหารหลักและดีที่สุด
      • หญ้าทิมโมธี (Timothy Hay): ได้รับความนิยมสูงสุด เหมาะสำหรับกระต่ายโตเต็มวัย เนื่องจากมีใยอาหารสูงและแคลเซียมต่ำ
      • หญ้าอัลฟาฟ่า (Alfalfa Hay): มีโปรตีนและแคลเซียมสูงกว่า เหมาะสำหรับกระต่ายเด็ก (อายุต่ำกว่า 6 เดือน), กระต่ายตั้งท้อง/ให้นมลูก หรือกระต่ายที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก
      • หญ้าขน, หญ้าแพงโกล่า หรือหญ้าแห้งชนิดอื่น ๆ: สามารถใช้เป็นส่วนผสมได้ แต่คุณค่าทางโภชนาการอาจแตกต่างกันไป

    2. แหล่งพลังงาน (Energy Source)

    วัตถุดิบเหล่านี้ให้พลังงานในการดำรงชีวิต แต่ควรใช้ในปริมาณที่จำกัด เนื่องจากกระต่ายไม่ต้องการแป้งและน้ำตาลสูง

    • รำข้าว/ปลายข้าว (Rice Bran / Broken Rice): ให้พลังงานและมีใยอาหารบางส่วน
    • มันสำปะหลังอัดเม็ด/มันเส้น (Cassava Pellets / Chips): ให้พลังงานสูง (ต้องใช้ในปริมาณจำกัดและมีการบดละเอียด)
    • ข้าวโพดบด (Ground Corn): เป็นแหล่งพลังงาน แต่ไม่ควรมีปริมาณมากเกินไป

    3. แหล่งโปรตีน (Protein Source)

    โปรตีนจำเป็นต่อการเจริญเติบโตและการบำรุงรักษาเนื้อเยื่อของร่างกาย (โดยทั่วไปอาหารกระต่ายโตเต็มวัยจะมีโปรตีนประมาณ 12-16%)

    • กากถั่วเหลือง (Soybean Meal): เป็นแหล่งโปรตีนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากมีคุณภาพสูง
    • กากเมล็ดทานตะวัน หรือกากเมล็ดพืชอื่น ๆ: สามารถใช้ได้ แต่ต้องมีการคำนวณความสมดุลของกรดอะมิโน

    4. แหล่งแร่ธาตุและวิตามิน (Mineral & Vitamin Source)

    วัตถุดิบเหล่านี้จะถูกเติมเข้าไปในปริมาณน้อยเพื่อความสมบูรณ์ของโภชนาการ

    • ไดแคลเซียมฟอสเฟต (Dicalcium Phosphate): แหล่งแคลเซียมและฟอสฟอรัส
    • เกลือ (Salt): จำเป็นต่อการรักษาสมดุลของร่างกาย
    • พรีมิกซ์วิตามินและแร่ธาตุ (Vitamin and Mineral Premix): เป็นผงรวมวิตามิน (เช่น วิตามิน A, D, E) และแร่ธาตุ (เช่น เหล็ก, สังกะสี, ทองแดง) ที่จำเป็นต่อกระต่ายโดยเฉพาะ

    5. สารเติมแต่งอื่น ๆ (Additives)

    • สารยึดเกาะ/สารให้ความคงตัว (Binder): เช่น เบนโทไนต์ (Bentonite) หรือกากน้ำตาล (Molasses) ใช้เพื่อช่วยให้วัตถุดิบจับตัวกันได้ดีขึ้นและเม็ดอาหารแข็งแรง
    • ยีสต์ (Yeast): บางครั้งอาจมีการเติมยีสต์เพื่อช่วยส่งเสริมจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้

    ตัวอย่างการผลิตสูตรอาหารกระต่ายเนเธอร์แลนด์ดวาล์ฟที่ไม่ได้เลี้ยงในห้องแอร์ ใช้โปรตีน 12-14%

    สารอาหารปริมาณที่แนะนำ (ในอาหารเม็ด)หมายเหตุ
    ใยอาหารหยาบ (Crude Fiber)18% – 25%ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุด ต้องสูง!
    โปรตีนรวม (Crude Protein)12% – 14%ควรควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำ เพื่อป้องกันโรคอ้วนและปัญหาไต
    ไขมัน (Crude Fat)1% – 3%ควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำ
    แคลเซียม (Calcium)0.4% – 0.7%ควรควบคุมให้อยู่ในระดับต่ำ (เน้นหญ้าทิมโมธี)

    วัตถุดิบที่ต้องไปหาซื้อ

    1. หญ้าทิมโมธีแห้ง (Timothy Hay): ควรซื้อแบบก้อนหรือแบบหยาบ (ไม่ได้บดผง) เพื่อนำมาบดเอง จะได้ใยอาหารที่มีคุณภาพ
    2. กากถั่วเหลือง (Soybean Meal): เลือกซื้อที่บดแล้ว
    3. รำข้าวสาลี (Wheat Bran) หรือ รำละเอียด (Rice Bran): มักมีขายตามร้านขายอาหารสัตว์
    4. กากน้ำตาล (Molasses): ช่วยให้เม็ดอาหารจับตัว และกระต่ายชอบรสชาติ
    5. ไดแคลเซียมฟอสเฟต (Dicalcium Phosphate): อาจต้องซื้อจากร้านขายเคมีภัณฑ์ หรือร้านขายวัตถุดิบอาหารสัตว์ใหญ่
    6. พรีมิกซ์วิตามินและแร่ธาตุ (Vitamin and Mineral Premix): ต้องซื้อสูตรที่ออกแบบมาสำหรับ สัตว์เล็ก หรือ กระต่ายโดยเฉพาะ (ห้ามใช้สูตรไก่หรือสุกร)
    7. เกลือ (Salt): เกลือแกงบริสุทธิ์ทั่วไป
    ลำดับกลุ่มวัตถุดิบวัตถุดิบที่แนะนำให้จัดซื้อสัดส่วนโดยน้ำหนัก (โดยประมาณ)หน้าที่หลัก
    1แหล่งใยอาหารหลัก (Fiber)หญ้าทิมโมธีแห้ง (Timothy Hay) หรือหญ้าโอ๊ต (Oat Hay)50 – 60%ให้ใยอาหารสูง, ลับฟัน, กระตุ้นการทำงานของลำไส้
    2แหล่งพลังงาน/ไฟเบอร์รองรำข้าวสาลี (Wheat Bran) หรือ รำละเอียด (Rice Bran)15 – 20%ให้พลังงาน, ใยอาหารรอง, วิตามิน B
    3แหล่งโปรตีน (Protein)กากถั่วเหลือง (Soybean Meal)10 – 15%เสริมโปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็น
    4แหล่งยึดเกาะกากน้ำตาล (Molasses) หรือ แป้งมันสำปะหลัง (Tapioca Starch)3 – 5%ช่วยในการอัดเม็ดและเพิ่มความน่ากิน (ใช้ Molasses จะดีกว่า)
    5สารเสริม (Premix)พรีมิกซ์วิตามิน/แร่ธาตุ และ เกลือบริสุทธิ์1 – 3%เสริมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นให้ครบถ้วน
    6แหล่งแคลเซียม/ฟอสฟอรัสไดแคลเซียมฟอสเฟต (Dicalcium Phosphate)0.5 – 1.0%เสริมแคลเซียมและฟอสฟอรัส (ใช้ในปริมาณน้อย)

    แม้คุณจะทำอาหารเม็ดเองแล้ว คุณยังต้องให้หญ้าแห้ง (Timothy Hay) แบบธรรมดาให้กระต่ายกินตลอดเวลา เพราะอาหารเม็ดเป็นเพียงส่วนเสริม (ประมาณ 5-10% ของอาหารทั้งหมดต่อวัน) ส่วนหญ้าแห้งเป็นอาหารหลัก (80% ของอาหารทั้งหมดต่อวัน)

    ข้อดีของการใช้เครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์ขนาดเล็ก

    ลดต้นทุนวัตถุดิบ: คุณสามารถใช้วัตถุดิบราคาถูกในท้องถิ่น (เช่น รำข้าว, กากถั่วเหลือง, มันสำปะหลัง) มาผสมและอัดเม็ดเองได้ ทำให้ต้นทุนต่อกิโลกรัมต่ำกว่าอาหารสำเร็จรูปในตลาดมาก

    ควบคุมคุณภาพและโภชนาการ: คุณสามารถกำหนดสูตรอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัยและชนิดของสัตว์เลี้ยงได้อย่างแม่นยำ ปราศจากสารเติมแต่งที่ไม่จำเป็น

    ลดการสูญเสียอาหาร: การอัดเป็นเม็ดช่วยให้สัตว์กินได้หมดจด ไม่ร่อน ไม่ฟุ้ง ลดการสูญเสียอาหารได้มาก

    เพิ่มอายุการเก็บรักษา: อาหารเม็ดที่ผ่านการอัดและอบแห้งจะมีอายุการเก็บรักษาที่ยาวนานกว่าอาหารผงหรืออาหารหยาบ

    อย่างไรก็ดีหากคุณต้องการผลิตอาหารสัตว์เพื่อจำหน่าย มีกฎหมาย พระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ที่กำหนดว่าผู้ผลิตต้องขอใบอนุญาตผลิตอาหารสัตว์ (สำหรับจำหน่าย) ต้องแจ้งส่วนผสม จดทะเบียนอาหารสัตว์ เพื่อความปลอดภัยต่อสัตว์ของผู้บริโภค ซึ่งต้องใช้เครื่องอัดเม็ดอาหารสัตว์เชิงพาณิชย์ ราคา 16,000 บาท ขึ้นไป

  • อาหารกระต่าย CBS เป็นหนึ่งในแบรนด์อาหารกระต่ายที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักในกลุ่มผู้เลี้ยงกระต่ายในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงง่ายและคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ทำให้เป็นตัวเลือกหลักสำหรับผู้เลี้ยงที่ต้องการควบคุมต้นทุน แต่ก็ยังต้องการสารอาหารที่ครบถ้วนสำหรับกระต่าย

    บทความนี้จะเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับสูตรอาหารหลักของ CBS และการอัปเดตราคาตลาดโดยประมาณ (ณ เดือนพฤศจิกายน 2568) เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการซื้อได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

    อาหารกระต่าย CBS มีกี่สูตร? (เน้นสูตรหลักยอดนิยม)

    อาหารกระต่าย CBS มีกี่สูตร? เจาะลึกราคาล่าสุด (1Kg, 5Kg, 10Kg) เพื่อการคำนวณต้นทุนที่คุ้มค่า!
    ขนาดทดลอง 29 บาท สั่งซื้อได้ที่ LAZADA

    แบรนด์ CBS มุ่งเน้นการผลิตอาหารเม็ดที่ตอบโจทย์ความต้องการของกระต่ายทั่วไป โดยมีสูตรหลักที่ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่รู้จักและนิยมใช้มากที่สุดคือ:

    1. CBS 203 Rabbit Food (อาหารกระต่ายรวม CBS-203)

    • คุณสมบัติ: เป็นสูตรอาหารกระต่ายสำเร็จรูปสำหรับ กระต่ายทุกช่วงอายุและทุกเพศ โดยเฉพาะกระต่ายโตที่ต้องการการบำรุงในระดับทั่วไป
    • จุดเด่น: สูตรนี้มีการผสมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น ช่วยในเรื่องการเจริญเติบโต และได้รับการกล่าวถึงว่าช่วยลดกลิ่นฉี่และกลิ่นมูลได้ในระดับหนึ่ง
    • โภชนาการโดยประมาณ: โปรตีนไม่น้อยกว่า 15%, ใยอาหารไม่มากกว่า 16% (เป็นอาหารที่ค่อนข้างมีโปรตีนและไขมันสูงกว่าอาหารที่เน้นหญ้าทิโมธี จึงควรใช้ควบคู่กับหญ้าแห้งปริมาณมาก)

    หมายเหตุ: นอกเหนือจากสูตร CBS 203 ที่เป็นที่นิยมที่สุดแล้ว แบรนด์ CBS อาจมีสูตรอื่น ๆ เช่น สูตรสำหรับลูกกระต่าย (Junior) หรือสูตรบำรุงพิเศษ แต่สูตร 203 ถือเป็นผลิตภัณฑ์หลักที่พบได้ทั่วไปในตลาด

    💰 ราคาอาหารกระต่าย CBS (โดยประมาณต่อขนาดบรรจุภัณฑ์)

    เนื่องจาก อาหารกระต่าย CBS 203 มักจะจำหน่ายในรูปแบบกระสอบใหญ่ (30 กิโลกรัม) และมีการแบ่งขายจากร้านค้าปลีก ราคาจึงอาจแตกต่างกันไปตามร้านค้า โปรโมชั่น และค่าขนส่ง แต่เราได้รวบรวมราคาตลาดโดยประมาณสำหรับขนาดที่ได้รับความนิยมไว้ดังนี้:

    ขนาดบรรจุภัณฑ์ราคาโดยประมาณ (บาท)หมายเหตุ
    1 กิโลกรัม27 – 31 บาทเป็นราคาแบ่งขายถุงเล็กจากกระสอบ เหมาะสำหรับผู้ที่ทดลองเปลี่ยนอาหาร หรือผู้เลี้ยงกระต่ายจำนวนน้อย
    5 กิโลกรัม92 – 135 บาทเป็นราคาแบ่งขายแบบถุงใหญ่ที่คุ้มค่าต่อการซื้อ เหมาะสำหรับผู้เลี้ยงหลายตัว หรือต้องการลดความถี่ในการซื้อ
    10 กิโลกรัม255 – 300 บาทมักเป็นราคาที่ใกล้เคียงกับราคาส่งเมื่อซื้อปริมาณมาก ช่วยประหยัดต้นทุนในระยะยาว
    กระสอบ (30 กิโลกรัม)415 – 530 บาทราคาต่อหน่วยที่ถูกที่สุด เหมาะสำหรับฟาร์ม หรือผู้เลี้ยงกระต่ายจำนวนมากที่สุด

    ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้เลี้ยง

    แม้ว่า อาหารกระต่าย CBS 203 จะมีราคาคุ้มค่าและเป็นอาหารกระต่ายยอดนิยม แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่คุณไม่ควรละเลยคือ:

    1. ให้หญ้าเป็นอาหารหลัก: เนื่องจากสูตร CBS 203 มีปริมาณใยอาหาร (Fiber) ไม่สูงเท่าอาหารที่เน้นหญ้าทิโมธี (ควรมีใยอาหารมากกว่า 20% เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด) เจ้าของกระต่ายจึงจำเป็นต้องให้ หญ้าแห้ง (Timothy Hay) คุณภาพดีในปริมาณที่ “ไม่จำกัด” เพื่อเสริมใยอาหารที่จำเป็นต่อระบบย่อยอาหารและการลับฟัน
    2. ปริมาณอาหารเม็ดที่เหมาะสม: ให้อาหารเม็ดในปริมาณที่จำกัด (1/4−1/2 ถ้วยตวงต่อกระต่าย 6 ปอนด์ต่อวัน) เพื่อป้องกันภาวะน้ำหนักเกิน และกระตุ้นให้กระต่ายกินหญ้ามากขึ้น

    การเลือกอาหารเม็ดที่เหมาะสมกับงบประมาณ ควบคู่ไปกับการดูแลอาหารหลักที่ถูกต้อง จะนำไปสู่สุขภาพที่แข็งแรงและอายุยืนยาวของกระต่ายของคุณ

    Read More :